ความเกิด ความแก่ ความตาย เป็นวงจรชีวิตมนุษย์ ที่เราทุกคนรับรู้และเคยชินกับมัน เหมือนกับว่ามนุษย์ทุกคนที่เกิดมาก็ต้องเป็นอย่างนั้น เป็นความจริงที่ดูเหมือนจะปฏิเสธไม่ได้ เป็นความจริงที่ต้องยอมรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แน่ล่ะรวมทั้งความทุกข์ทั้งปวงในฐานะที่เกิดมาเป็นมนุษย์ด้วย ราวกับว่าถ้าเกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว ก็ต้องยอมรับหนี้ที่ติดตัวมาแต่กำเนิดกันทุกคน ข้อสำคัญเป็นหนี้ที่ใช้กันไม่หมดสักที
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก
http://dhammanatural.blogspot.com/search?updated-max=2012-03-06T08:56:00-08:00&max-results=7&start=21&by-date=false
http://th.w3dictionary.org/index.php?q=%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B0
นักปรัชญาสมัยก่อนพุทธกาลได้ศึกษาเรื่องนี้ (ความเกิด ความแก่และความตาย ) อย่างจริงจัง เพราะเป็นปัญหาทางจิตใจของมนุษย์ทุกคนที่เกิดมา สิ่งที่เขาพอจะเข้าใจได้ก็คือเรื่องของภพ ว่าภพนั่นแหละเป็นเหตุแห่งปัญหา และพบว่าภพเป็นสิ่งที่ปรับแต่งได้เพื่อบรรเทาปัญหา จึงเป็นเหตุแห่งการละซึ่งกามภพ เพื่อไปสู่รูปภพและอรูปภพซึ่งเป็นภพที่ประณีตขึ้น มีความสุขมากขึ้น(ด้วยการเข้าฌาณ) แต่ก็ยังคงซึ่งภพไม่สามารถสลัดทิ้งได้ แม้แต่นักปรัชญาทางตะวันตกก็ยังคงวนเวียนอยู่ในเรื่องภววิทยาตั้งแต่โบราณกาลมาถึงยุคปัจจุบัน แต่ก็หาทางออกในเรื่องภพไม่ได้เช่นกัน
จนกระทั่งพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ซึ่งปฏิจจสมุปบาทซึ่งได้รู้ต้นสายปลายเหตุแห่งภพ ว่าเหตุใดมนุษย์จึงมีภพซึ่งเปรียบเหมือนหนี้เวรหนี้กรรมกันมาแต่เกิด ทรงค้นพบว่ามนุษย์ถูกหลอกลวงจากธรรมชาติให้เป็นเช่นนี้ พบวิธีล้างหนี้ที่ไม่ได้เป็นคนก่อ พบวิธีกำจัดซึ่งภพ ซึ่งมีต้นสายปลายเหตุมาจากปัญจุปทานักขันธ์ พบวิธีหายขาดจากโรคทุกข์ ความเกิด ความแก่ ความตายถูกยกเลิก เหมือนหนี้ที่ถูกยกเลิก ไม่ต้องชดใช้อีก.
เรื่องเกิดแก่(เจ็บ)ตาย เป็นเรื่องที่เข้าใจกันดีในหมู่นักปรัชญาว่าเป็นปัญหาของมนุษย์ แม้จะพูดย้อนกลับไปหาต้นปัญหาของเกิดแก่(เจ็บ)ตายก็คือภพก็เข้าใจแล้ว แต่ในปัจจุบันเรากลับเข้าใจเรื่องเกิดแก่(เจ็บ)ตายไปในทางที่ผิด เพราะเราไปพ่วงคำว่าเวียนว่ายตายเกิดเข้าไปด้วย แผนการใช้หนี้เลยเปลี่ยนไป รอไปใช้หนี้ในชาติหน้า ชาตินี้ขอผ่อนชำระหรือขอประนอมหนี้ไปก่อน พุทธศาสตร์มุ่งเน้นให้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันโดยทันที เหมือนกับการรักษาโรค รักษาเร็วก็หายเร็ว
ในการสาธยายปฏิจจสมุปบาท ลำดับสุดท้ายคือ ชรา มรณะ โศก ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส พระพุทธเจ้าได้ตรัสได้ตรัสไว้ว่า เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรา มรณะ โศก ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส จึงเกิดขึ้นพร้อม การก่อขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนั้น ย่อมมีได้ด้วยอาการอย่างนี้ ซึ่งเราก็จะย้อนกลับไปทบทวนเรื่องทุกข์ซึ่งเป็นเรื่องแรกในอริยสัจในตอนต่อไป
http://dhammanatural.blogspot.com/search?updated-max=2012-03-06T08:56:00-08:00&max-results=7&start=21&by-date=false
ชาตะ
V. be born
syn:{ชาต}{เกิด}{กำเนิด}
http://th.w3dictionary.org/index.php?q=%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B0

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น